อุปสงค์ต่อรายได้ (Income Demand)
ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ซื้อต้องการซื้อในช่วงเวลาหนึ่ง ณ ระดับรายได้ต่างๆของผู้ซื้อ อุปสงค์ต่อรายได้สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าและบริการ คือ
(1) สินค้าและบริการทั่วไป (Normal Goods) คือ สินค้าและบริการที่เราต้องการมากขึ้น เมื่อเรามีเงินมากขึ้น ดังนั้น อุปสงค์ต่อรายได้ของสินค้าและบริการประเภทนี้จะแปรผันตามรายได้ของผู้ซื้อ เช่น เราจะซื้อเสื้อผ้า Brand Name เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้ของเรามากขึ้น เป็นต้น
(2) สินค้าและบริการด้อยคุณภาพ (Inferior Goods) คือ สินค้าและบริการที่เราต้องการน้อยลง เมื่อเรามีเงินมากขึ้น (เราใช้เพราะเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อสินค้าและบริการชนิดที่ดีกว่านี้ได้ แต่เมื่อเรามีเงิน เราก็จะเลิกใช้มัน และหันไปใช้สิ่งที่ดีกว่าแทน) ดังนั้น อุปสงค์ต่อรายได้ของสินค้าและบริการประเภทนี้จะแปรผกผันกับรายได้ของผู้ซื้อ เช่น เราจะลดการใช้บริการรถเมล์ขาว-แดง (รถเมล์พัดลม) แต่หันมาใช้รถ ปอ. แทน ถ้าเรามีรายได้มากขึ้น เป็นต้น
อุปสงค์ต่อรายได้ (Income Demand)
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
Strategic Management
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
Five Force Model
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
แนวความคิดด้านการตลาดเพื่อสังคม (social marketing concept)
แนวความคิดด้านการตลาดเพื่อสังคม (social marketing concept)
เป็นการศึกษาเรื่องความต้องการและการสร้างความพึงพอใจให้กับผุ้บริโภค โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของสังคมส่วนรวม
โดยหวังผลการตอบสนองเป็นเป้าหมายขององค์การที่ต้องการในระยะยาวเพื่อให้องค์การบรรลุเปาหมาย

กิจการต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อปัญหาต่าง ๆ ของสังคมที่เกิดขึ้นอันเนื่องจาการดำเนินงานทางธุรกิจ ได้แก่
ความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อม การเกิดภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาสินค้าเพิ่มขึ้น การขาดแคลนทรัพยากรบางประเภท ปัญหาที่เกิดขึ้นองค์การควรจะมีความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้บริโภคทางด้านต่าง ๆ
ได้แก่ ไม่ผลิตสินค้าที่ด้อยคุณภาพไม่ผลิตสินค้าที่เป็นพิษเป็นภัยต่อประชาชน ไม่ค้ากำไรเกินควร ไม่โฆษณาชวนเชื่อมากเกินไป
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
ความสำคัญของคุณภาพสินค้า
1. ความสำคัญของคุณภาพต่อบุคคล บุคคลคือ ผู้ผลิตหรือผู้บริการคุณภาพจึงเกิดขึ้นที่ระดับ
บุคคลก่อน หากบุคคลใดสามารถผลิตหรือให้บริการที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการหรือตรงกับ
ข้อกำหนด บุคคลนั้นย่อมได้ชื่อว่า “บุคคลคุณภาพ” เราเห็นตัวอย่างบุคคลคุณภาพมากมาย ที่ได้รับการ ยกย่อง
เนื่องจากสามารถสร้างผลงานคุณภาพ ดังนั้นคุณภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบุคคลทุกคน ทุกคนจึงควร
มุ่งมั่นสร้างผลงานคุณภาพ

ทุกองค์กรยังต้องคำนึงระบบการแข่งขันในตลาดการค้า เมื่อประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การตลาด
การคา้ เสรี
ในอดีตได้แก่ ข้อกำหนดมาตรฐานสินค้า มาตรฐาน ระบบบริหาร มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานด้าน
แรงงานและความปลอดภัย ดังนั้นคุณภาพขององค์กรจึงเป็นคุณภาพโดยรวมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์จนถึงระบบบริหาร
ขององค์กร คุณภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กร เพราะทำให้องค์กรมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ
ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
3. ความสำคัญของคุณภาพต่อประเทศ คุณภาพของคน คุณภาพของสินค้า และคุณภาพของการบริการ
คือ ภาพพจน์ และความเชื่อมั่นที่นานาประเทศให้การยอมรับและนับถือ เช่น ข้าวหอมมะลิ เสื้อผ้าสำเร็จรูป
1 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การลงทุนเพื่อการบริโภค (consumer investment)

การลงทุนเพื่อการบริโภค (consumer investment) เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้า ประเภทคงทนถาวรเช่น รถยนต์ รวมทั้งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (real estate investment) การลงทุนในลักษณะนี้ไม่ได้หวังกำไรในรูปตัวเงิน แต่หวังความพอใจในการใช้ทรัพยกรเหล่านั้น การซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับเป็นการลงทุนเพื่อการบริโภคอย่างหนึ่งของผู้บริโภค เงินที่จ่ายเป็นเงินที่ได้จากการออม การซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับให้ความพอใจแก่เจ้าของแล้ว ในกรณีที่ทองคำมีมูลค่าสูงขึ้นหากขายได้ ถือได้ว่าเป็นเพียงผลพลอยได้
การลงทุนในธุรกิจ (business or economic investment ) หมายถึงการซื้อสินทรัพย์เพื่อประกอบธุรกิจหารายได้ โดยหวังว่ารายได้ที่ได้นี้จะเพียงพอที่จะชดเชยกับความเสี่ยงในการลงทุนได้แก่ การลงทุนในสินค้าประเภททุน เครื่องจักร โรงงาน เพื่อผลิตสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค การลงทุนลักษณะนี้มุ่งหวังกำไรจากการลงทุน กำไรจะเป็นตัวดึงดูดผู้ลงทุนนำเงินมาลงทุน การลงทุนตามความหมายนี้เป็นการนำเงินออม (saving) หรือ เงินที่สะสมไว้ (accumulated fund) หรือกู้ยืมเงินจากธนาคาร (bank credit) มาลงทุนเพื่อจัดสร้างหรือจัดหาสินค้าประกอบด้วย เครื่องจักรและสินทรัพย์
1 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
Markettiing managementt phiillosophiies
1. แนวความคิดทางด้านการผลิต (The production concept) เป็นแนวความคิดที่เชื่อวำผู๎บริโภคจะชอบผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกและสามารถหาซื้อได๎งำย องค์กรจึงมุํงเน๎นไปที่การปรับปรุง และพัฒนาทางด๎านกระบวนการผลิตให๎เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให๎สามารถผลิตสินค๎าได๎ในปริมาณที่มาก สามารถตั้งราคาสินค๎าได๎ต่ากวำคูํแขํงขัน เนื่องจากเกิดการประหยัดจากขนาดการผลิต (Economies of scale) รวมถึงมุํงเน๎นไปที่การกระจายตัวสินค๎าอยำงทั่วถึงเพื่อให๎ผู๎บริโภคสามารถหาซื้อสินค๎าได๎งำย

2. แนวความคิดทางด้านผลิตภัณฑ์ (The product concept) เป็นแนวความคิดที่เชื่อวำ ผู๎บริโภคจะให๎ความสาคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี มีการทางานที่ดี มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม องค์กรจึงมุํงเน๎นไปที่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหมํอยำงตํอเนื่อง
3. แนวความคิดทางด้านการขาย (The selling concept) เป็นแนวความคิดที่เชื่อวำผู๎บริโภคจะซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพียงเล็กน๎อยเทำนั้น องค์กรซึ่งต๎องการขายสินค๎าให๎ได๎ในปริมาณมากๆ จึงมุํงเน๎นไปที่การใช๎ความพยายามในการขายให๎มากขึ้นผำนทางพนักงานขาย และมุํงเน๎นไปที่การทากิจกรรมสํงเสริมการขายเพื่อกระตุ๎นการซื้อของผู๎บริโภค
4. แนวความคิดทางด้านการตลาด (The marketing concept) เป็นแนวความคิดที่ไมํได๎ ให๎ความสาคัญกับความต๎องการของผู๎บริโภคเลย เป็นแนวความคิดที่เชื่อวำองค์กรจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว๎ได๎ จะต๎องทาการพิจารณาศึกษาถึงความจาเป็นและความต๎องการของตลาดเป้าหมายเสียกํอน จึงจะทาการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ โดยผลิตภัณฑ์นั้นจะต๎องสามารถตอบสนองความต๎องการ และสร๎างความพึงพอใจให๎แกํผู๎บริโภคได๎ดีกวำคูํแขํงขัน
5. แนวความคิดทางด้านการตลาดเพื่อสังคม (The societal marketing concept)เป็นแนวความคิดที่เชื่อวำ องค์กรจะมุํงให๎ความสาคัญกับการพิจารณาถึงความจาเป็นและความต๎องการของตลาดเป้าหมาย เพื่อตอบสนองความต๎องการและสร๎างความพึงพอใจให๎แกํผู๎บริโภคได๎ดีกวำคูํแขํงขัน ในวิถีทางที่ต๎องรักษาและปรับปรุงความเป็นอยูํของผู๎บริโภคและสังคมให๎ดียิ่งขึ้น แนวความคิดนี้ กํอกาเนิดขึ้นมาเนื่องจากมีการตระหนักถึงปัญหาตำงๆของสังคม เชํน ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล๎อม การขาดแคลนของทรัพยากร อัตราเพิ่มของประชากรที่ยังอยูํในระดับสูง ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก และปัญหาการละเลยการให๎บริการแกํสังคม ปัญหาตำงๆเหลำนี้สํงผลถึงการดาเนินกิจกรรมทางการตลาด จึงต๎องให๎ความสาคัญแกํความสมบูรณ์พูนสุขของผู๎บริโภคและของสังคมเพิ่มเข๎ามาอีก ต๎องหาดุลยภาพของความสาคัญระหวำงความพอใจของผู๎บริโภค กาไรขององค์กร และความสมบูรณ์พูนสุขของผู๎บริโภคให๎ได๎ โดยศัพท์เฉพาะทางการตลาด เรียกวำการตลาดสีเขียว (Green marketing) ซึ่งมีหลักการที่เรียกวำ 3 R ดังนี้
5.1 รีดิวซ์ (Reduce) หมายถึงการลดอัตราการใช๎ทรัพยากรธรรมชาติให๎น๎อยลงและการลดอัตรามลพิษที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตให๎น๎อยลง นั่นคือต๎องเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให๎มากขึ้น
5.2 รียูส (Reuse) หมายถึงการนาสํวนใดสํวนหนึ่งหรือทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ที่ใช๎แล๎วมาใช๎อีกโดยไมํต๎องแปรรูปกํอน เชํนการนาขวดน้าอัดลมที่ใช๎แล๎วมาล๎างเพื่อบรรจุน้าอัดลมออก
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation)
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร (External Analysis)
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การจัดการเชิงกลยุทธ์
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Strategy)
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Strategy)กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์นั้น จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจ เกี่ยวกับ
1. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ ( Product attribute )
2. ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ ( Product mix )
3. สายผลิตภัณฑ์ ( Product lines )
สิ่งที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

1. แนวความคิดด้านผลิตภัณฑ์ ( Product Concept )
เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค Product ได้ ต้องมีความชัดเจนในตัวผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
2. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ ( Product attribute ) จะต้องทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นผลิตมาจากอะไร
มีคุณสมบัติอย่างไร ลักษณะทางกายภาพ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ขนาด ความดี ความงาม ความคงทนทานด้านรูปร่าง รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตัวของมันเอง
3.ลักษณะเด่นของสินค้า ( Product Feature ) การนำสินค้าของบริษัทไปเปรียบเทียบกับสินค้าของคู่แข่งขันแล้วมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และจะต้องรู้ว่าสินค้าเรามีอะไรเด่นกว่า เช่น ลักษณะเด่นของ Dior คือเป็นผลิตภัณฑ์ชันนำจากปารีส
4.ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ( Product Benefit ) พิจารณาว่าสินค้ามีลักษณะเด่นอย่างไรบ้าง
และสินค้าให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าบ้าง ระหว่างการให้สัญญากับลูกค้า กับการพิสูจน์ด้วยลักษณะเด่นของสินค้า
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
แหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติ
1.2 สำรวจแหล่งขาย โดยผู้ประกอบการจะต้องทราบถึงแหล่งขายสินค้าหรือวัตถุดิบที่ต้องการจัดซื้อว่าอยู่ที่ใด มีผู้ขายกี่ราย แต่ละรายกำหนดราคาขายเท่าไร คุณภาพสินค้าหรือวัตถุดิบเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขในการขายอย่างไรบ้าง เมื่อสำรวจแหล่งขายแล้ว คาดว่าจะจัดซื้อ จากผู้ขายรายใด ควรมีการเจรจาตกลง ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจัดซื้อ ในกรณีจัดซื้อครั้งละเป็นจำนวนมาก การเจรจาระหว่าง ผู้จัดซื้อและผู้ขาย ควรจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการเป็นการป้องกันการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นได้
1.3 การสั่งซื้อ หลังจากได้มีการเจรจาตกลงกันแล้ว ผู้จัดซื้อจัดทำใบสั่งซื้อ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ได้แก่ วัน เดือน ปี ที่สั่งซื้อ ราคาต่อหน่วย ราคารวม ชื่อเครื่องหมายการค้าของผู้จัดซื้อ ชื่อเครื่องหมายการค้าของผู้ขาย ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น เงื่อนไขในการส่งมอบ เงื่อนไขในการชำระเงิน
1.4 การรับสินค้าหรือวัตถุดิบ เมื่อผู้ขายส่งสินค้าให้ผู้จัดซื้อ จะต้องมีใบกำกับสินค้าแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ วัน เดือน ปี ที่ส่งสินค้าหรือวัตถุดิบ ปริมาณสินค้าหรือวัตถุดิบ ราคาต่อหน่วย ราคารวม ชื่อเครื่องหมายการค้าของผู้ขาย ชื่อเครื่องหมายการค้าของผู้สั่งซื้อ ผู้จัดซื้อจะต้องตรวจสอบความถูกต้อง ของสินค้าหรือวัตถุดิบที่ได้รับให้ตรงตามใบสั่งซื้อ
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
เงินลงทุนในตราสารหนี้
เงินลงทุนในตราสารหนี้ เป็นสินทรัพย์ที่กิจการไปลงทุนซื้อตราสารหนี้ ซึ่งเป็นสัญญาที่
แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงหรือทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสดหรือสินทรัพย์อื่น
ให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวนและเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยาย (สภาวิชาชีพ
บัญชี, 2549,หน้า5) เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ ใบสำคัญ
แสดงสิทธิในหุ้นกู้ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ เป็นต้น ตราสารหนี้จะมีราคากำหนดไว้ในใบ
ตราสารหนี้ เรียกว่า ราคาที่ตราไว้ (Par Value) ผลตอบแทนหรือรายได้ที่ได้รับจากการลงทุนใน
ตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ย (Interest) ซึ่งจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ชัดเจน โดยอัตราดอกเบี้ยที่
กำหนดไว้ในใบตราสารหนี้จะเป็นอัตราต่อหนึ่งปีเสมอ งวดการจ่ายดอกเบี้ยอาจกำหนดปีละหนึ่ง
ครั้งหรือสองครั้งและอาจกำหนดวันจ่ายดอกเบี้ยไว้ นอกจากนี้อาจะมีเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้เช่น
วันครบกำหนดของตราสารหนี้ เป็นต้น
ผลตอบแทนในตราสารหนี้ คือ ดอกเบี้ยที่คำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ ส่วน
รายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริงจากการลงทุนในตราสารหนี้ อาจไม่ใช่จำนวนเงินที่คำนวณจากอัตรา
ดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ เนื่องจากกิจการอาจจ่ายลงทุนด้วยราคาที่ไม่เท่ากับราคาตามมูลค่า หาก
กิจการจ่ายลงทุนด้วยราคาที่สูงกว่าราคาตามมูลค่า แสดงว่าในขณะนั้นรายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำ
กว่ารายได้ดอกเบี้ยตามที่กำหนดเรียกว่ามี ส่วนเกินมูลค่า ในทางตรงข้ามหากกิจการจ่ายลงทุนในตราสารหนี้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตามมูลค่า แสดงว่าในขณะนั้นรายได้ดอกเบี้ยที่แท้จริงจะสูงกว่า
รายได้ดอกเบี้ยตามที่กำหนดเรียกว่ามี ส่วนลดมูลค่า ในกรณีที่เป็นเงินลงทุนระยะยาว ส่วนเกิน
มูลค่าหรือส่วนลดมูลค่าของเงินลงทุนในตราสารหนี้จะมีการตัดบัญชีหรือตัดจำ หน่าย
(Amortization) ตลอดอายุของเงินลงทุน ผลจากการตัดบัญชีจะทำให้บัญชีเงินลงทุนมีราคาเท่ากับ
ราคาตามมูลค่า ณ วันครบกำหนดไถ่ถอน เงินลงทุนในตราสารหนี้ในความต้องการของตลาด
ได้แก่ หลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย และ ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด
หลักทรัพย์หรือเงินลงทุนในความต้องการของตลาด หมายถึง หลักทรัพย์หรือเงินลงทุนอื่น
ที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายคล่อง จึงทำให้สามารถกำหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ หรือเงิน
ลงทุนนั้นได้ทันที มูลค่ายุติธรรมจะถือว่าสามารถกำหนดได้ในทันทีหากราคาขายหรือราคาเสนอซื้อ
หรือเสนอขายมีการเผยแพร่ที่เป็นปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์
อื่นที่ทำการเผยแพร่ราคาต่อสาธารณชน (สภาวิชาชีพบัญชี, 2549,หน้า6)
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
ความหมายของเงินลงทุน
ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสาร
ทุน ของสภาวิชาชีพบัญชีได้ให้ความหมายเกี่ยวกับเงินลงทุนไว้ดังนี้ว่า
เงินลงทุน หมายถึง สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับกิจการไม่ว่าจะอยู่ใน
รูปของส่วนแบ่งที่จะได้รับ (เช่น ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ์ และเงินปันผล) ในรูปของราคาที่เพิ่มขึ้น หรือใน
รูปของประโยชน์อย่างอื่นที่กิจการได้รับ (เช่น ประโยชน์ที่ได้รับจากความสัมพันธ์ทางการค้า)(สภา
วิชาชีพบัญชี,2549,หน้า4)
จากความหมายดังกล่าว เงินลงทุนจึงเป็นสินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้กับ
กิจการโดยกิจการจะนำเงินสดที่มีมากเกินความต้องการ ที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในขณะนั้นไปลงทุนในตราสารทางการเงินและสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้อื่น เช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน ซึ่ง
จะทำให้กิจการมีผลประโยชน์เพิ่มมากกว่าการถือเงินสดไว้เป็นจำนวนมาก ผลตอบแทนที่ได้รับ
จากการลงทุนอาจอยู่ในรูปของ ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ เป็นต้น นอกจากนี้ในการลงทุนของ
กิจการอาจมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น เพื่อหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์
เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า เป็นต้น
ต้นทุนของเงินลงทุน หมายถึง รายจ่ายที่กิจการจ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินลงทุนนั้น ได้แก่
ราคาจ่ายซื้อเงินลงทุน ซึ่งอาจได้มาโดยการจ่ายเงินสดซื้อเงินลงทุน หรือการแลกเปลี่ยนกับ
สินทรัพย์อื่นโดยในการแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์อื่นจะพิจารณาจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่
นำไปแลก นอกจากนี้ต้นทุนของเงินลงทุนยังรวมถึง ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากร และ
ค่าใช้จ่ายทางตรงอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการได้มาของเงินลงทุน
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
รายจ่ายหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
“ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำ เองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์
ในสิ่งของดังต่อไปนี้
1.1 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปี
ขึ้นไป และมีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาทหรือ
1.2 สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1
เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อ
ดำ เนินการเอง
3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำ ระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี
ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายคาครุภัณฑ์
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
“ค่าวัสดุ” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำ เองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ใน
สิ่งของดังต่อไปนี้
1.1 สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่
คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
1.2 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณ
ไม่เกิน 1 ปี หรือ
1.3 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ
1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็น
ครุภัณฑ์หรือ
1.4 สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบำ รุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อ
ให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำ ระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี
ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายค่าวัสดุ
“ค่าสาธารณูปโภค” หมายความว่า รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการสาธารณูปโภค เช่น
1. ค่าไฟฟ้า
2. ค่านํ้าประปา
3. ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกลภายในประเทศ ค่าโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ
ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ฯลฯ และให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้ใช้บริการดังกล่าว และค่าใช้
จ่ายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้บริการ เช่น ค่าเช่าเครื่อง ค่าเช่าเลขหมายโทรศัพท์ ค่าบำ รุงรักษาสาย ฯลฯ
4. ค่าไปรษณีย์ ค่าโทรเลข ค่าธนาณัติ ค่าซื้อดวงตราไปรษณียากร ค่าเช่าตู้ไปรษณีย์
5. ค่าบริการทางด้านโทรคมนาคม เช่น ค่าโทรภาพหรือโทรสาร (FACSIMILE) ค่า
เทเลกซ์ (TELEX) ค่าวิทยุติดตามตัว ค่าวิทยุสื่อสาร ค่าสื่อสารผ่านดาวเทียม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้
ระบบอินเตอร์เน็ต (INTERNET) และค่าสื่อสารอื่น ๆ และให้หมายความรวมถึง ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้ใช้
บริการดังกล่าวและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้บริการ
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
องค์ประกอบของแผนกลยุทธ์ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การวางแผนกลยุทธ์
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
ความสำคัญของการตลาด
ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ การสร้างความต้องการและการสนองความต้องการในการบริโภค ผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ คือเกิดการจ้างงาน เกิดรายได้ เกิดการบริโภค และเกิดการใช้แรงงาน ซึ่งจะมีการพึ่งพากันและเชื่อมโยงไหลเวียนตามลำดับอย่างเป็นระบบ ผลจะทำให้การดำรงชีวิต ของมนุษยชาติในสังคมอยู่ในระดับที่มีการกินดีอยู่ดี มีความเป็นอยู่ อย่างเป็นสุขโดยทั่วกัน
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญ
ผู้ถือ หุ้นสามัญ
มีฐานะเป็นเจ้าของกิจการ มีลักษณะสำคัญ 2 ประการคือ
- บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญเมื่อมีกำไร
- ถ้าผู้ถือหุ้นสามัญขายหุ้นได้ราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมา เรียกว่า กำไรส่วนทุน (capital gain) ถ้าขายได้ต่ำกว่าเรียก capital loss
สัญลักษณ์ที่สำคัญ
D0 = เงินปันผลปีปัจจุบันDt = เงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับในปี t
P0 = ราคาตลาดของหุ้นสามัญในปัจจุบัน
P^t = ราคาตลาดของหุ้นสามัญที่คาดไว้ปลายปี t
P^0 = ราคาหุ้นสามัญที่ควรจะเป็น หรือราคาตามทฤษฎี
P0 = P^0 ถ้าตลาดอยู่ในดุลยภาพ
g = อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลที่คาดไว้
kS = อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ
K^S = อัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
ḱS = อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริง
ข้อควรจำ
D0 = เงินปันผลปัจจุบัน (ได้รับไปแล้ว) D1 = เงินปันผลสิ้นปีปัจจุบัน (ยังไม่ได้รับ)
ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากหุ้นสามัญ
ผลตอบแทนจากหุ้นสามัญ = เงินปันผล + กำไรจากราคาหุ้นK^S=D1/P0 + (P^1 - P^0)/P^0
D1/P0 = อัตราเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับในปีถัดไป (P^1 - P^0)/P^0 = อัตรากำไรที่คาดว่าจะได้รับจากการขายหุ้นสามัญในปีถัดไป
การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญโดยใช้เงินปันผลเป็นเกณฑ์
เป็นการประเมินราคาหุ้นสามัญโดยสมมติว่าผู้ลงทุนซื้อหุ้นแล้วถือไว้ตลอดไปเพื่อรับเงินปันผลดังนั้น มูลค่าหุ้น จึงเท่ากับมูลค่าปัจจุบันของเงินปันผลทั้งหมดที่ได้รับในอนาคต
| มูลค่าหุ้นปัจจุบัน | มูลค่าปัจจุบันของ เงินปันผลปีที่ 1 |
มูลค่าปัจจุบันของ เงินปันผลปีที่ 2 |
มูลค่าปัจจุบันของ เงินปันผลปีที่ 3 |
มูลค่าปัจจุบันของ เงินปันผลปีที่ infinity | |
|---|---|---|---|---|---|
| P0 | D1/(1+kS)1 | + D2/(1+kS)2 | + D3/(1+kS)3 | ... | + D8/(1+kS)8 |
มูลค่าหุ้นสามัญตามทฤษฎี กรณีที่อัตราเงินปันผลเพิ่มขึ้นคงที่
- สูตรสำคัญ
P^0 = D0(1+g)/(kS -g)
P^0 = D1/(kS -g)ถ้าเงินปันผลเท่ากันทุกๆปี (g=0)
P^0 = D0(1+0)/(kS -0) = D/kS
0 ความคิดเห็น Filed Under: | Continue>>>
บทความที่ได้รับความนิยม
-
Knowles (1975, pp. 14-17) กล่าวถึง การเรียนรู้ด้วยตนเองว่ามีความสำคัญ 4 ประการ คือ 1. บุคคลที่เรียนรู้ด้วยการริเริ่มของตนจะเรียนได...
-
ข้อมูลบริษัท บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนการค้าระหว่าง ฮอนด้ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กับบริษัท พี ไทยแลนด์ จำกัด ดำเนินธุรกิจ...
-
สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงมีความสำคัญมากในการกำหนดกลยุทธ์ด้วยเหตุผล 4 ประการคือ ประการแรก สภาพแวดล้อมเป็นทั...
-
การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร (SWOT) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กรทางการศึกษา เพื่อศึกษาแนวโน้มการพัฒนาการศึกษา...
-
1. องค์กรแบบปฐม (Primary Organization) เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยสมาชิอกขององค์กรมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันดี และรูปแบบของความสัมพั...

